เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ขอถอนหายใจยาวๆสักทีครับ
เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาปีกว่าๆ เป็นอะไรที่ทำงานหนักมาก และเปลี่ยนแปลงมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตหนุ่ม(อายุ)น้อยๆคนนี้ เลยที่เดียว
ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอเล่าเป็นเรื่องๆก่อนก็แล้วกัน ซึ่งบางเรื่องก็เริ่มเป็นข่าวเก่าแล้ว แต่เห็นว่ายังไม่ได้เล่าให้ฟังกัน
เรื่องแรก………………… ถึงเวลาเปลี่ยน
เมื่อครั้งที่เริ่มธุรกิจร้านกาแฟ ในแนวอินดี้ คาเฟ่ ใหม่ๆ ผมคิดเพียงแต่อยากทำร้านกาแฟที่ดีๆ ใส่ใจในคุณภาพกาแฟให้ได้มากที่สุด เท่าที่ศักยภาพของเราพึ่งจะทำได้ เมื่อจะทำโลโก้ร้าน เราถึงคิดเพียงแต่ว่า จะให้น่ารัก เป็นที่จดจำ และสื่อสารให้ได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งในขณะนั้น เรามีบริการกาแฟ, อินเตอร์เน็ท และหนังสือ
เลยลองคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งให้ช่วยออกแบบให้ตามคอนเซ็ปดังกล่าว
และโลโก้ที่ได้มาในวันนั้น โอเค มากๆเลย ตรงตามกับที่ต้องการทั้งหมด
โลโก้เ่ก่า
Logo เจ้าของเก่า
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เราได้ลอง Search ภาพใน Google จึงพบว่า โลโก้ของเราไปคล้ายๆกับของท่านอื่นเข้า ผมจึงต้องเปลี่ยนโลโก้ เพราะถ้าวันนี้ ผมเปิดร้านขายกาแฟ ทั่วๆไป อยู่แค่ภายในโคราช ผมก็อาจจะไม่เปลี่ยน แต่ ณ วันนี้ เราเริ่มจะก้าวออกไปสู่โลกที่กว้างขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนโลโก้ที่เป็น unigue ซึ่งคราวนี้ได้เพื่อนที่เคยเรียนร่วมกันมาตั้งแต่สมัยเรียนออกแบบที่เทคโน ราชมงคล โคราช มาเป็นผู้ออกแบบให้ ซึ่งปัจจุบันนี้เพื่อนคนนี้ก็รับตำแหน่งอาจารย์ในคณะออกแบบ มหาลัยราชมงคล โคราช ที่เดิมที่เราเคยเรียนมาด้วยกัน ต้องขอขอบคุณอาจารย์อ้อ ด้วยนะครับ ที่ออกแบบโลโก้ใหม่ได้น่ารัก ขนาดนี้
ถึงเวลาเปลี่ยน เรื่องที่2
เปลี่ยนเครื่องชงกาแฟ
แอบใช้เครื่องชง G10 มาหลายเดือน ถึงเวลาที่เค้าจะต้องไปทำงานในร้านที่ตั้งใจซื้อมาใช้ตั้งแต่แรกแล้วเลยต้องมองหาเครื่องชงตัวใหม่ อย่างที่เคยเล่าไว้ ว่า ไอ้ตอนยังไม่รู้เรื่องกาแฟ ว่าเลือกเครื่องชงยากแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยในเวลาที่เรามีความรู้เรื่องกาแฟมากขึ้น มีหลายอย่างที่ต้องคิด และตัดสินใจ ว่าจะเอาเครื่องตัวไหนดี ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้มากที่สุด ลังเลอยู่นานมาก จนมาวันหนึ่ง ได้มีโอกาสไปช่วยพี่ไนซ์ แห่ง P&F Coffee ในงาน Grand Barista Championship Thailand 2009 ที่ผ่านมา โดยมีพระเอกของงานเป็นเครื่องชงสุดหรู ที่ชื่อว่า Orchestrale รุ่น etnica http://www.didsrl.com/index.html ใช้ในการแข่งขันรายการนี้อย่างเป็นทางการ

เมื่อได้คลุกคลีอยู่กับเจ้าเครื่องนี้ประมาณ 4-5 วันในงาน ก็เกิดอาการหลงรัก (แบบว่าใจง่ายอ่ะ) จึงได้เลียบๆเคียงๆ กับพี่ไนซ์ ว่าคิดอย่างไร ถ้าจะสู่ขอเจ้าเครื่องนี้จะไปอยู่ที่โคราช เมื่อคุยตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้า Orchestrale ตัวนี้จึงได้มาประจำการที่ Teddy Coffee
และจากวันนั้นมา เจ้าwolverine (ชื่อเล่นที่แฟนผมตั้งให้ มาจากรอยด้านข้างของเครื่องที่เหมือนถูกเจ้าwolverine ขวนมา) ก็ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลย ช็อตกาแฟที่งดงามและนิ่งมากๆ ทั้งๆที่เป็นเครื่องระบบ HX (heat exchange) แต่กลับปรากฏว่า การที่จะทำให้กาแฟเบิร์นนั้นทำได้ค่อนข้างยาก เพราะเคยกลั่นช็อตกาแฟที่ใช้กาแฟ Timeless ของคุณบุ๊ง BKL. ซึ่งใช้เวลากลั่นช็อตนานถึง 45-50 วินาที ก็ยังได้รสชาติที่ดีว่า ช็อตที่กลั่นแค่ 30 วินาที กลิ่นไหม้ แทบหาไม่เจอ บอดี้แน่น แปลกดี
และอาจจะต้องยกความดีให้กับหัวกรุ๊พ E61 ด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ อิอิ เพราะก็แทบจะไม่ต้องฟลัชน้ำเลย เคยใช้งานหนักๆประมาณ ชงต่อเนื่อง 700 กว่าแก้วในเวลา 4 ชั่วโมง การทำงานก็ราบรื่นดี ไม่สะดุด
เรื่องการสตีม ก็แรงมากแต่นุ่มนวล ได้ลักษณะโฟมนมที่แน่น ละเอียดมาก ในเวลาอันสั้น
รูปลักษณ์นั้นไม่ต้องพูดถึงครับ สวยงาม หรูหรา ตามลักษณะอิตาเลี่ยนสไตล์ และคอนเซ็ปของเครื่องยี่ห้อนี้ก็คือ การทำกาแฟให้เป็นงานศิลปะ เค้าเปรียบได้น่าสนใจครับว่า
a passionate barman, the greatest conductor
a special coffee, the best composition
an Italian coffee machine… the finest orchestra
ยี่ห้อนี้ เลยใช้ชื่อว่า Orchestrale
หากใครอยากอ่านรีวิวมากกว่านี้ ก็ตามไปได้ที่บล็อกของคุณวุฒิ นะครับ เพราะคุณวุฒิ เขียนได้ดีกว่าผมเยอะ (ตามไป)
วันนี้ขอเล่าแค่ 2 เรื่องนี้ก่อนนะครับ วันหลังจะมาอัพเดท เรื่องราวต่างๆให้ฟังกันอีก






ไม่เคยจับเครื่อง Orchestrale เลยครับ ถ้ามีโอกาสคงต้องลองซักครั้ง
โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าเครื่องทำกาแฟ ก็เหมือน ม้าดีๆ ตัวหนึ่ง
เมื่อมีม้าฝีเท้าดีแล้ว เราก็ต้องฝึกขี่จนเกิดความชำนาญ
เหมือนคนกับเครื่องมันต้องไปด้วยกัน ต้องไว้ใจกันและกัน
เมื่อก่อนผมก็มีม้าตัวที่ชอบๆครับ แต่ด้วยความที่เปลี่ยนม้าบ่อย แบบเลี่ยงไม่ได้
ก็เลยพยายามเข้าใจเครื่องที่เราใช้ครับ รู้จุดอ่อนจุดแข็ง ปรับแก้กันไปกับตัวเรา
เมื่อมันหลอมกัน งานกาแฟก็ออกมาดีครับ
มารออ่าน cupping ครับ
โอ้ ยินดีด้วยนะครับกับก้าวไปข้างหน้า จริงๆผมก็แค่คนดื่มกาแฟทั่วไปครับที่มีโอกาสไปดื่มที่นี่ครับ
ว้าว! อเมซิ่ง
ชงต่อเนื่อง 700 กว่าแก้วในเวลา 4 ชั่วโมง
เก่งทั้งคนชง เก่งทั้งเครื่องเลยเนอะ